[EXSH] 1st Event: Hell Rising

posted on 23 Nov 2012 19:27 by bellfegol in EXSH

 

 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม...
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
มันเนื่องมาจากอีเว้นท์ Hell Rising (<<<รายละเอียดคลิกได้เลยค่ะ) ของคอมมูEXSHที่ตอนนี้เราติดหนึบ...
 
และแน่นอนว่า...เราตั้งใจทำเต็มที่แล้วค่ะ TwT
 
มันอาจจะสั้นไปหน่อยนะคะ... เพราะไม่ค่อยมีเวลา
 
//มัวแต่ดอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

Hell Rising

           

 

 

                ณ นครนิวยอร์คในสหรัฐอเมริกามีร้านกาแฟร้านไม่เล็กไม่ใหญ่กลางๆ แต่ก็ดูดีมีระดับและลูกค้ามากหน้าหลายตาเนืองแน่นนั่งเต็มทุกโต๊ะภายในร้านกาแฟแห่งนี้ พนักงานต่างก็ถูกอบรมมาดีมีมารยาทและคอยบริการลูกค้าอย่างทั่วถึงทำให้ภายในร้านมีสีสันและบรรยากาศที่แลดูแล้วสดใสอบอุ่นน่าเข้ามานั่งเล่นผ่อนคลายความตึงเครียดหลังจากทำงานมาทั้งวัน ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในร้านนี้ต่างก็มาเพื่อหวังจะพักผ่อนหลังเลิกงานพร้อมกับจิบชาจิบกาแฟร้อนๆ แก้เครียดยกเว้นก็แต่... ประธานบริษัทเชื้อเพลิงธรรมชาติชื่อดังที่ไม่ว่าจะเอ่ยที่ไหนทุกคนก็ต้องรู้จักหญิงสาววัยยี่สิบห้าที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่บนโต๊ะด้านในสุดติดหน้าต่างทำให้มองเห็นคนข้างนอกที่เดินผ่านไปมาได้อย่างชัดเจน

 

 


                ท้องฟ้าด้านนอกนั้นเริ่มมืดขึ้นแต่ก็ยังมีแสงไฟจากตึกต่างๆ ที่เปิดไฟทำให้เมืองนี้แทนที่จะมืดกลับมีแสงสว่างไสวน่าหลงใหล หญิงสาวที่นั่งพิมพ์งานอย่างเคร่งเครียดละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊คพกพาที่ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนก็ต้องพกติดตัวเสมอพลางมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่ออกไปข้างนอกแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 


             “มืดแล้วเหรอเนี่ย...” เธอบ่นอุบอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนักก่อนจะกดเซฟงานและปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลงแล้วหยิบแก้วกาแฟดำร้อนๆ ที่มีควันลอยฉุยๆ ส่งกลิ่นหอมออกมาขึ้นจิบเล็กน้อย

 

 

 

 

              เมื่อฟ้ามืดสนิทจนดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้านั้นส่องแสงนวลออกมาโดยไม่มีแม้แต่ก้อนเมฆมาบดบัง แสงนวลสาดส่องไปทั่วท้องถนนทำให้เห็นทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดที่มีหัวเหมือนฟักทองที่ตอนนี้ได้โผล่มาอยู่กลางท้องถนน การปรากฏตัวของเจ้าสิ่งมีชิวิตประหลาดนี้สร้างความตกใจและโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นให้แก่เหล่าประชาชนที่ไม่เคยรู้เห็นอะไรกับเรื่องพวกนี้ รถยนต์ที่กำลังขับแล่นมาตามถนนเพื่อจะไปยังจุดหมายของตัวเองได้หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าชนกับเสาไฟฟ้าหรือรถเข็นขายของที่ถูกจอดไว้ที่ฟุตบาทและเมื่อรถที่ได้ชนเข้าไปกับเสาหรือรถเข็นขายของเต็มแรงโดยไม่มีการชะลอความเร็วก็ได้เกิดระเบิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้แก่ทุกผู้ที่ได้เห็น แต่คนขับซึ่งหนีออกมาจากรถคันนั้นทันก็รู้สึกยินดีแต่ก็หวาดกลัวในขณะเดียวกันจนวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไป

 

 

 

 

             ท่ามกลางความโกลหลครั้งนี้คงจะมีเพียงคนเดียวกระมังที่ดูจะมีความสุขและสนุกกับความวุ่นวายที่เกิดจากเจ้าหัวฟักทองหน้าตายู่ยี่น่าเกลียดที่กำลังใช้กรงเล็บคมๆ ของมันไล่ฟันประชาชนธรรมดาเดินดินที่กำลังวิ่งหนีความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต แคลโรไลน์มองนอกหน้าต่างร้านกาแฟด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มซึ่งขัดกับบรรยากาศภายนอกในตอนนี้เป็นอย่างมากแต่ก็ไม่มีใครทันได้สังเกตุเห็น

 

 

 

 

              แต่แล้วดวงตาสีทองเป็นประกายก็เบิกโพลงมองไปที่เด็กหญิงตัวน้อยวัยไม่เกินสิบปีกำลังวิ่งหนีเจ้าตัวประหลาดหัวฟักทองที่แสนจะน่ากลัวที่กำลังวิ่งไล่กวดกระชั้นชิดขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสอง แคลโรไลน์ลุกพรวดจากที่โต๊ะก่อนจะรีบวิ่งผ่านลูกค้าภายในร้านกาแฟที่ดูจะตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้กันเป็นอย่างมากบ้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้

 

 

 

 

             แคลโรไลน์วิ่งออกไปจากร้านกาแฟอย่างร้อนลนพลางกวาดสายตามองหาตัวประหลาดนั่นอีกครั้งแล้วก็ไปสะดุดกับแผ่นหลังที่โค้งงอของมัน เธอจึงเลือกที่จะวิ่งเข้าใส่แล้วใช้มีสั้นที่แอบซ่อนไว้ที่ต้นขาปาเข้าใส่จนเสียบเข้าไปที่ไขสันหลังของตัวประหลาดจนเจ้าตัวประหลาดนั่นเลิกสนใจเด็กหญิงตัวน้อยๆ แล้วหันมาสนใจเจ้าของมีดสั้นที่ปาใส่

 

 

 

 

                “ให้ตายเถอะ... คนยิ่งงานยุ่งๆ ยังจะมาก่อความวุ่นวายให้ฉันต้องมาเดือดร้อนด้วยเนี่ยนะ” เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางกุมขมับอย่างซังกะตาย นัยน์ตาสีทองช้อนมองเจ้าตัวประหลาดหัวฟักทองอย่างหงุดหงิด แคลโรไลน์ท้าวสะเอวไว้ก่อนจะยืนมองตัวประหลาดตัวนั้นที่กำลังขู่คำรามใส่เธอ แต่ดูแล้วสาวเจ้าไม่ได้มีท่าทีที่จะหวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อยซ้ำยังเดาะลิ้นอย่างใช้ความคิดดวงตากวาดมองไล่ตั้งแต่หัวที่ใหญ่โตราวกับฟักทองและลำตัวที่มีเนื้อหนังแนบกระดูกจนเห็นโครงสร้างร่างกายอย่างชัดเจน

 

 

 

 

                ไม่พูดพร่ำมากมายเธอจุดไฟสีฟ้าใสขึ้นที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเองก่อนจะมองตัวประหลาดหัวฟักทองแล้วสบถด่ามันด้วยคำที่ค่อนข้างจะหยาบคายด้วยอารมณ์หงุดหงิดและโมโหที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในใจ เธอพุ่งตัวเข้าใส่ตัวประหลาดหัวฟักทองขึ้นก่อนจะเลือกที่จะกำหมัดที่มีไฟสีฟ้าใสที่ดูสวยน่าหลงใหลอัดเข้าเต็มหน้าจนเจ้าตัวประหลาดนั้นถลาไปตามพื้นถนน แคลโรไลน์สะบัดข้อมือข้างที่ต่อยเจ้าหัวฟักทองนั่นนิดหน่อยแล้วไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปใช้ส้นเท้าที่ใส่ส้นสูงอยู่เหยียบหน้าอกแล้วกดแรงทั้งหมดลงไปที่ส้นสูงของตัวเองจนส้นสูงยุบหายเข้าไปข้างในตัวของตัวประหลาดหัวฟักทองที่นอนดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย เสียงกรีดร้องของมันดังก้องไปทั่วท้องถนนจนแสบแก้วหูสร้างความรำคาญให้กับแคลโรไลน์เล็กๆ จนเธอทนไม่ไหวกับเสียงร้องนั้นหยิบมีดสั้นอีกเล่มที่เหน็บไว้ที่ที่คาดที่คาดอยู่ที่ต้นขาของตัวเองออกมาพลางควงมีดแล้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

 

 

                ฉัวะ!

 

 

 

                เมื่อสิ้นเสียงของมีดสั้นที่เสียบเข้ากลางหัวที่แคลโรไลน์เป็นคนตัดสินใจเสียบมันลงไปอย่างไม่รีรอให้เวลาผ่านไปมากกว่านี้ ร่างของตัวประหลาดหัวฟักทองก็แน่นิ่งไปในที่สุดพร้อมกับเสียงที่เคยกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจนแสบแก้วหู ใบหน้าหวานของแคลโรไลน์ดูจะหายหงุดหงิดไปเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวประหลาดนั่นตายไป เธอยกยิ้มขึ้นอย่างปกติแล้วกระชากมีดสั้นของตัวเองออกจากหัวของเจ้าหัวฟักทองก่อนจะหันหลังเดินหลบไปจากที่เกิดเหตุท่ามกลางฝูงชนที่กรูมาจากไหนก็ไม่รู้เข้าล้อมเพื่อจะดูเจ้าตัวประหลาดนั่นอย่างสอดรู้สอดเห็น

 

 

 

                “เชอะ... เสียเวลาชะมัดเลย” แคลโรไลน์สะบัดผมสีน้ำตาลทองอ่อนของตนอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเดินไปที่สะพานข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านกาแฟและที่เกิดเหตุเท่าไหร่

 

 

                ต๋อม! 

 

 

                มีดสั้นสีเงินวาววับที่เธอใช้ปลิดชีพเจ้าตัวประหลาดนั่นหล่นลงไปในน้ำตามความตั้งใจของเจ้าตัวพร้อมกับที่รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพงหูฉี่ล่วงหล่นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกลงไปในน้ำตามวัตถุสีเงินติดๆ ดวงตาสีทองเหมือนแสงพระอาทิตย์ยามเช้ากำลังขึ้นทอประกายอย่างเกรี้ยวกราดชั่วครู่ดวงตาคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา ก่อนที่เธอเลือกที่จะเดินกลับไปยังร้านกาแฟด้วยเท้าเปล่า

 

 

 

                 สายตาหลายคู่มองเธออย่างสงสัยระคนแปลกใจแต่เธอก็เพียงแค่ยิ้มให้และเดินปยังโต๊ะที่เธอวางของทิ้งเอาไว้ แคลโรไลน์รวบของทุกอย่างมาไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินออกจากร้านกาแฟไปยังรถสปอร์ตคันงามของเธอที่จอดเอาไว้แถวนั้นก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ว่าเธอเป็นใครและทำอะไรลงไปในวันนี้...

 

 

 

 

  

----------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

อาาาาาา....ในที่สุด TOT เราก็ทำเสร็จแล้ววววววว!//ดีใจจุงงงงงงง

ก็...มันอาจจะสั้นไปสักหน่อยนะคะ เพราะตัน+งานที่ร.ร.ท่วมแล้วค่ะ

แต่ว่าตอนนี้มันก็เสร็จแล้ว ก็ฝากๆไว้หน่อยละกันนะค้าาาาา//โค้งงงง+กราบบบบบ

 

ส่วนพอล...ไม่ต้องห่วงนะแคลจะรุกจีบให้เธอต้องตกลงอย่างแน่นอน #ผิด

 

สำหรับเอนทรี่นี้ก็ขอลาล่ะค่าาาาาา//กลิ้งๆออกจากเอนทรี่

 

 

 

 

edit @ 23 Nov 2012 20:19:28 by bellfegol

Comment

Comment:

Tweet

อื้อหือ ส้นสูง... แคลใส่กี่นิ้วคะถึงได้กลายเป็นอาวุธสังหารร้ายแรงได้ขนาดนี้...
ก็เป็นตัวร้ายที่รักเด็กนี่นา นางงาม(?) #ผิดมากก
จะ... เจ๊โหดมากค่ะ 

#6 By Wolf.G on 2012-11-24 18:32

แคลราชินี...ราชินีและขี้หงุดหงิด ลูกสะใภ้ข้า(ยัง ยังไม่เป็น) เจ้าช่างน่ารักอะไรเยี่ยงนี้ ช่วยเด็กด้วย ไอ้ฉากเหยียบส้นสูงนี่แจ่มจริงๆ

#5 By FIEPun on 2012-11-24 13:56

โอว แคลของข้า(ยัง ยังไม่ใช่ของๆเรา=_=) เธอแลดูราชินีมาจากท่าเหยียบด้วยส้นสูง=w='
อีเว้นท์นี้เหมือนวิลเลี่ยนส่วนใหญ่มีความสุขกับการเห็นพัมกิ้นเฮดไล่ฆ่าคน ฮา
........
เรื่องจีบ พอลมันรอดูท่าทีแคลอยู่เน่อ หึหึ

#4 By กรูมันเทพ on 2012-11-24 08:57

เห้ยยยยยยยยยยย ชอบฉากกดส้นสูงเจาะเข้าเนื้อนั่นสุดๆ!!!!! /////////q///////// #สะท้าน #เดี๋ยวแร็ก

#3 By RACK666 on 2012-11-24 01:50

[Checked]

#2 By EXTEEN SUPERHEROES on 2012-11-23 22:49

แคลลลลลลลล สุดยอดช่วยเด็กด้วย //ให้เหรียญกล้าหารเบย

#1 By - Loin - on 2012-11-23 20:08