[VC]-OMS- Alone...

posted on 07 Oct 2012 13:41 by bellfegol in VC
 
มาแปะเว้นท์แบบเส้นตายค่ะ(เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ทำก่อนเส้นตายหนึ่งวัน)
 
 
 
 
 
ตาเคออสเค๊อะ ฝากด้วยนะคะ//แปะๆแล้วเผ่น
 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
Chapter...Alone...
 
 
 
 
 
อา...น่าเบื่อ...

 
ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มราวกับสีมหาสมุทรผู้มีใบหน้าเรียบเฉยและไม่เคยแสดงออกถึงความรู้สึกที่อยู่ข้างในรวมถึงดวงตาสีโลหิตที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ใบหน้าคมคายมองห้องโถงใหญ่ของปราสาทที่บัดนี้กลายเป็นสถานที่สำหรับเต้นรำไปแล้วอย่างเบื่อหน่าย เพลงที่ถูกบรรเลงอย่างไพเราะดังก้องห้องโถงแต่สำหรับเขาแล้วมันช่างน่ารำคาญเสียนี่กระไร
 
 
เสียงพูดคุยดังแข่งกับเสียงเพลงจนเขารู้สึกรำคาญจนอยากจะไปให้ไกลๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงทนนั่งฟังมันต่อไปทั้งที่ในใจกลับหงุดหงิดเสียเต็มประดา นัยน์ตาสีเลือดเหม่อมองไปยังเหล่าผู้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงนี้ทุกคนล้วนมีดวงตาสีโลหิตเฉกเช่นเดียวกับเขา ...แวมไพร์...

 
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบอายุครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของบิดาของร่างสูงที่นั่งหน้านิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ที่เก้าอี้ไม้แกะสลัก งานเลี้ยงดูครื้นเครงขัดกับความรำคาญใจของเขาซึ่งนั่งมองอย่างอดทน 
 
 
"เคออส..." เสียงหวานของมารดาดังขึ้นข้างร่างสูงก่อนจะนั่งลงข้างๆ ใบหน้าสวยของมารดาไม่ได้แก่ลงตามกาลเวลาเลยเพราะเป็น 'แวมไพร์'... เธอยิ้มให้บุตรชายก่อนจะทอดสายตามองไปยังแขกเหรื่อที่กำลังเต้นรำอยู่กลางห้องโถง "แม่รู้ว่าลูกเบื่อ..."
 
 
"รู้เหรอ...แล้วทำไมยังจัดงานบ้านี่ขึ้นมาอีก" เขาเอ่ยเสียงกร้าว ขัดกับใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก หญิงสาวเพียงแค่ยิ้มหวานดังเดิมมือเรียวเอื้อมไปจับมือของบุตรชายกุมไว้อย่างเบามือ
 
 
มารดาถอนหายใจพลางมองเหล่าแขกที่มาร่วมงาน "มันจำเป็นไงล่ะ... ถ้าไม่ทำก็จะถูกมองไม่ดี พวกเราเป็นตระกูลหลักนะเคออส มันยากที่จะทำใจยอมรับเรื่องไร้สาระพวกนี้แต่ว่า เราต้องทำเพราะคนพวกนั้น คนพวกนั้นที่หวังจะใช้เราไต่เต้าขึ้นไปให้สูงกว่าที่เป็นอยู่กำลังจับตามองเราอยู่ทุกฝีก้าว..."
 
 
เขาไม่ตอบเพียงแค่มองแขกในงานตามสายตามารดาไปก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เข้าใจแล้วครับ"
 
 
"งั้นก็ดีแล้วจ๊ะ... ถ้าลูกทนไม่ไหวจริงๆ แม่อนุญาตให้กลับขึ้นไปที่ห้องได้นะ" หญิงสาวยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะลูบแก้มบุตรชายด้วยความรักแล้วเดินไปยืนเคียงข้างบิดาของร่างสูง 
 
 
ร่างสูงมองบิดาและมารดาด้วยสายตาที่นิ่งงันก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขายันกายลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังทั้สองที่ยืนเคียงคู่กันอยู่ ชายผู้เป็นบิดาอดที่จะยิ้มมุมปากเฉกเช่นเดียวกับบุตรชายไม่ได้เพราะนานๆ ทีที่จะมีโอกาสได้เห็นร่างสูงที่กำลังเดินมาหาตนยิ้มแม้จะเป็นยิ้มที่มุมปากก็เถอะ 
 
 
 เขาทนยืนอยู่ข้างบิดามารดานานจนงานเลี้ยงจบ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้แก่ผู้อาวุโสทั้งสองไม่น้อยแต่แล้วความสงสัยก็ต้องกระจ่างเมื่อบุตรชายเอ่ยความปราถนาขึ้นมา
 
 
"ท่านพ่อ...ท่านแม่...ข้าขอพักสักระยะ"
 
 
 
 
------------------------------------------------
 
 
 
 
แอ๊ดดดด
 
 
ฝาโลงศพสีดำสนิทถูกเปิดออกพร้อมกับร่างที่นอนอยู่ข้างในได้ลุกขึ้นตื่นหลังจากที่หลับมานานถึงร้อยห้าสิบปีเต็มๆ ร่างสูงของเคออสลุกขึ้นนั่งก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ดวงตาคมสีเลือดเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าปราสาทของตนถูกเผาทำลายจนสิ้นซาก เปลวเพลิงยังลุกติดอยู่บางส่วนของห้องใต้ดินที่เขาใช้เป็นสถานที่สำหรับหลับใหลมานาน
 
 
ตึงงงงง!!!!
 
 
เสียงของโลงศพสีดำหรูถูกร่างสูงเขวี้ยงกระแทกกำแพงห้องใต้ดินจนแหลกเป็นชิ้นๆ ความโกรธที่มีต่อแวมไพร์ฮันเตอร์ที่แต่เดิมก็รุนแรงพออยู่แล้วกลับยิ่งเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ นัยน์ตาสีแดงฉายแววโกรธเกรี้ยวออกมาจนน่ากลัว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิตดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังบ้าคลั่ง
 
 
"พวกแก...ต้องตาย!!! ตายให้หมด!!!!!" เสียงเข้มตวาดจนดังก้องไปทั่วบริเวณ ร่างสูงคว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือขว้างปาไปทุกทิศทางเพื่อระบายความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอก รอยคราบเลือดที่บนพื้นปราสาท ซากปรักหักพังที่กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ ทุกสิ่งติดตาจนไม่อาจลบหายไปได้
 
 
"หายไปให้หมด!! ไอ้พวกแวมไพร์ฮันเตอร์!!!!!" ร่างสูงตวาดกร้าวกึกก้องไปทั่วปราสาท
 
 
ร่างสูงเดินออกมาจากซากปราสาทที่โดนเผาทิ้งทั้งหลังด้วยใบหน้าที่ฉายแววโกรธแค้นออกมาอย่างชัดเจน มือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดนูนออกมา "พวกแกต้องถูกข้าฆ่า!! ข้าจะฆ่าพวกแกให้สิ้นซากสูญพันธุ์ให้หมด!!!"
 
 
"หน้าตาดูไม่จืดเลยนะพี่ชาย..." เสียงเย็นดังขึ้นข้างหลังของร่างสูง เผยให้เห็นร่างบางเรือนผมสีน้ำเงินเข้มเฉกเช่นเดียวกับเขาดวงตาสีโลหิตของเธอที่ฉายแววซุกซนและอำมหิตไปในขณะเดียวกัน สร้างความงุนงงให้กับเขาที่หญิงสาวร่างบางตรงหน้าเรียกเขาว่า 'พี่ชาย' "อืม...นั่นสินะ คงไม่รู้จักฉันหรอกเนอะ"
 
 
"เจ้า...เป็นใคร?" เขาถามเสียงกร้าว แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะคิกคักที่ราวกับกำลังดูสนุกสนานอยู่ของร่างบางตรงหน้า รอยยิ้มเย็นยะเยือกเผยขึ้นบนใบหน้าหวานของคนตรงหน้า "ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร...?"
 
 
หญิงสาวยิ้มเย็น "คิก ก็น้องสาวของเจ้าไง...อืม...ข้าเป็นน้องสาวต่างมารดาของเจ้าไงล่ะ" เธอยิ้มเย็นยะเยือกอย่างน่าขนลุกพลางชี้มาที่ร่างสูง เขานิ่งงันไป
 
 
...เป็นไปไม่ได้...ไม่มีทาง...
 
 
"แหมๆ อย่าทำหน้าเหมือนคนจะตายแบบนั้นสิพี่ชาย...นี่ พี่เคออส..."
 
 
"อย่ามาเรียกชื่อข้า!!!" เขาตวาดใส่เธอ แต่ดูท่าจะไม่มีผลอะไรกับร่างบางเลยสักนิดเธอเพียงแค่แสยะยิ้มเย็นยะเยือกอย่างไม่สะทกสะท้าน มือเรียวเล็กของเธอชี้มาที่เขาก่อนที่จะมีลูกไฟเล็กลุกพรึ่บที่ปลายนิ้ว ร่างบางก้าวเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างใจเย็นและไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาแม้แต่นิด
 
 
"ถึงข้าจะเกิดจากพ่อเจ้า...แต่พลังของข้ามีเพียงน้อยนิด แสดงถึงการเป็นเพียงแวมไพร์กระจอก...ต่างกับเจ้า พี่ชาย..." เธอเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยวแวบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นซุกซนอีกครั้ง "เจ้ารู้มั๊ยว่าบ้านข้าเองก็โดนเผาทำลายเหมือนกัน...เรามาร่วมมือกันกำจัดพวกมันกันมั๊ย?"
 
 
"ทำไมข้าจะต้องร่วมมือกับเจ้ากัน" เขาถามพลางมองเธออย่างไม่ไว้ใจ
 
 
"เพราะ...ข้าคนเดียวทำอะไรมันไม่ได้และเจ้าตัวคนเดียวก็ทำไม่ได้เช่นกัน นะพี่ชาย" เธอยิ้มหน้าระรื่นทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว 
 
 
"...ข้า...ได้ ข้าจะร่วมมือกับเจ้า..." ร่างสูงตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อสิ่งที่หญิงสาวพูดมันคือความจริงที่ไม่อาจเลี่ยงหรือโกหกได้เลย...
 
 
"คิก...ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันใหม่นะพี่ชาย...." ร่างบางโบกมือลาเขาก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็ว
 
 
ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กันกับปราสาทที่ตอนนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำ นัยน์ตาสีโลหิตเหม่อมองเถ้าถ่านเหล่านั้นที่ตอนนี้กำลังถูกกระแสลมพัดพาไปลอยปลิวไปบนท้องฟ้าสีดำมืดที่มีเพียงดวงจันทร์สาดแสงส่องเท่านั้น อากาศยามราตรีนั้นหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจแต่สำหรับร่างสูงแล้ว...มันช่างไร้ความรู้สึกเสียเหลือเกิน...
 
 
ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่เคยมีใครอยู่ข้างกายหรืออยู่เคียงข้างเลย แม้ว่าตอนที่บิดามารดาจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม เขาก็อยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด หลายร้อยปีมานี้สำหรับเขาแล้วมันช่างยาวนานเหลือเกิน...
 
 
ใบหน้าคมคายเหม่อมองท้องนภาสีทมิฬอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย ดวงตาแม้จะว่างเปล่าไร้ความรู้สึกยังไงทว่าในส่วนลึกก็เหงาและโดดเดี่ยว
 
 
...สักวัน...จะมีใครมาอยู่ข้างข้ามั๊ยนะ...?
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
จบแล้วค่ะ แฮ่กๆ(?)//เหนื่อย+นอนตาย
ทันเส้ยตายพอดีเลย ยังไงก็...จบเอนทรี่นี้ค่ะ 
//ปั่นเสร็จก็ลาไปนอนตายอย่างสงบ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามาเม้นนนน
คำถามสุดท้ายมีคนพร้อมจะตอบว่า "มี" แล้วนะจ๊ะ 5555 /มองแม่กล้วย จะพยายามให้ติดนะ ยังไงก็ของคู่กัน เพลงไทยเดิมเขาก็ว่าไว้ว่า "ค้างคาวกินกล้วย" 555
 
เซลี่-งั้นต่อไปนี้ให้ผมอยู่ข้างๆนะครับ... คุณเคออสจะได้ไม่เหงา?/ยิ้มหวาน มองด้วยสาสยตาอ้อนๆ
 
//อนึ่ง ฉากน้องสาว... คาดว่าถ้าโผล่มาแล้วคงอาจมีปะทะคารมเล็กๆกับแม่ตานี
 

#1 By CheriAnra on 2012-10-08 00:38